พอร์ตสื่อสารของคอมพิวเตอร์
1/1 เอกธพงษ์ ลอนหิน เลขที่ 7
อธิบายพอร์ตสื่อสารของคอมพิวเตอร์
1.พอร์ต RJ45 (LAN Port)
เป็นพอร์ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับสายแลนที่มีการเข้าหัวแบบ RJ45 เพื่อใช้ในการเข้าถึงระบบเครือข่าย ในโน้ตบุคส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะติดตั้งพอร์ต RJ45 มาไว้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
![]() |
ภาพที่ 1 พอร์ต RJ45 (LAN Port) |
2.พอร์ตUSB (Universal Seribal Bus)
คือ ช่องทางการสื่อสาร ที่ใช้สำหรับต่อพ่วงอุปกรณ์อื่นๆ เข้ากับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องพิมพ์ เมาส์ คีย์บอร์ด สแกนเนอร์ โมเด็ม และอื่นๆ ก็สามารถนำมาต่อเชื่อมเข้ากับ USB port ได้ ลักษณะของ USB port จะเป็นช่องเสียบเหลี่ยมขนาดเล็ก จะติดตั้งไว้ด้านหลังของเครื่อง
คุณสมบัติของ USB
- USB เวอร์ชั่น 1.1 รับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 12 Mbps
- USB เวอร์ชั่น 2.0 รับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 480 Mbps
- USB เวอร์ชั่น 3.0 รับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 4.8 Gbps
![]() |
ภาพที่ 2 พอร์ตUSB (Universal Seribal Bus) |
3.พอร์ตVGA
VGA (Video Graphics Array) เป็นคอนโทรลเลอร์
มาตรฐานสำหรับแสดงผลภาพออกไปยังจอคอมพิวเตอร์ แบบอนาล็อก (Analog)
และเป็นมาตรฐานสายสัญญาณภาพรุ่นแรกที่ใช้กันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987
ประเภทของ VGA : ตามลักษณ์ที่มองเห็นได้ VGA แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ VGA ที่ติดตั้งมาบนเมนบอร์ด (การ์ดจอ onboard) กับ VGA ที่เป็นการ์ดแยกต่างห่างจากเมนบอร์ด (การ์ดจอแยก) ปัจจุบันการ์ดจอ onboard ที่เคยติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ดพัฒนามาเป็นการ์ดจอที่ติดตั้งอยู่ใน CPU
| ภาพที่ 3 พอร์ตVGA |
4.พอร์ต Parallel
พอร์ตขนานหรือ Parallel Port เป็นพอร์ตที่สามารถส่ง/รับข้อมูลได้ครั้งละหลายๆบิต และเป็นพอร์ตมาตรฐานที่มากับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) ประโยชน์ของพอร์ตขนานนอกจากใช้สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์แล้ว ยังเป็นช่องทางเชื่อมต่ออีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเชื่อมต่อเครื่อง PC กับอุปกรณ์ภายนอก
มาตรฐานของพอร์ตขนานถูกกำหนดขึ้นในปี ค.ศ. 1994 ภายใต้มาตรฐานที่เรียกกันว่า IEEE 1284 ในมาตรฐานนี้ได้กำหนดโหมดการทำงานของพอร์ตขนานเอาไว้ 5 โหมด คือ
1. Compatibility mode
2. Nibble mode
3. Byte mode
4. EPP mode
5. ECP mode
![]() |
ภาพที่ 4 พอร์ตParallel |
Parallel Port หรือพอร์ตขนาน เดิมเรียกว่า Printer Port เนื่องจากจะมีการนำพอร์ตขนาน มาใช้งานติดต่อกับเครื่องพรินเตอร์เป็นหลักโดยที่พอร์ตขนานนั้น สามารถให้ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็วกว่าพอร์ตอนุกรม และยังสามารถส่งข้อมูลขนาน 8 บิตออกไปได้โดยตรง
พอร์ตขนานของเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบ ด้วยสัญญาณทั้งหมด 25 เส้นสัญญาณ (DB25) โดยสัญญาณจะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามลักษณะหน้าที่ของสัญญาณ ประกอบด้วย
1) Data Register (Data bus) จำนวน 8 เส้น
2) Control Register จำนวน 4 เส้น
3) Status Register จำนวน 5 เส้น
Data Register (Data bus) จะมีอยู่ 8 ขา ตั้งแต่ขาที่ 2 ถึงขาที่ 9 บางทีมักถูกเรียกว่า Data Register ซึ่ง Register ตัวนี้จะส่งค่าได้อย่างเดียว ไม่สามารถรับค่าได้
5.พอร์ตPS/2
พอร์ตPS/2 เป็นขั้วต่อ mini-DIN 6 พินที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อคีย์บอร์ดและเมาส์กับระบบคอมพิวเตอร์
Personal System/2 series ซึ่งเปิดตัวในปี 1987
ภาพที่ 5 พอร์ตPS/2 |
ข้อกำหนดทั่วไป
Hot pluggable No
ภายนอก ใช่
สายเคเบิล 4 เส้นพร้อมชิลด์
พิน 6
ขั้วต่อ Mini-DIN-6
ไฟฟ้า
สัญญาณ 5 V DC
แม็กซ์ แรงดันไฟฟ้า 5.0±0.5 V
แม็กซ์ ปัจจุบัน 275 mA
ข้อมูล
สัญญาณข้อมูล ข้อมูลอนุกรมที่ 10.0–16.7 kHz พร้อม 1 บิตเริ่มต้น, 8 บิตข้อมูล (LSB ก่อน), 1 พาริตีบิต (คี่), 1 บิตหยุด, [1 ack บิต (ถ้าโฮสต์กับอุปกรณ์)]
บิตเรต 7–12 kbit/s
แม็กซ์ อุปกรณ์ 1 หรือ 2[a]
โปรโตคอล Serial
พินต่างๆ
พิน 1 +DATA Data
พิน 2 ไม่เชื่อมต่อ[b]
พิน 3 GND กราวด์
พิน 4 Vcc +5 V DC ที่ 275 mA
พิน 5 +CLK Clock
พิน 6 ไม่เชื่อมต่อ[c]
6.พอร์ต IEEE 1394 Port
Port IEEE1394 มีอีกชื่อหนึ่งว่า Fire wire คือเป็น Port ที่มีการส่งถ่ายข้อมูลที่ความเร็วสูงกว่า Port USB มีอัตราการส่งถ่ายข้อมูลที่ 400 Mb/sec
![]() |
ภาพที่ 6 พอร์ต IEEE 1394 |
ประวัติ
คอมพิวเตอร์ดำเนินการพัฒนา FireWire มาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ. 1990 โดยมีจุดหมายเพื่อทดแทนการเชื่อมต่อแบบ SCSI การพัฒนาเสร็จสิ้นใน ค.ศ. 1995 และได้กลายเป็นมาตรฐานของ IEEE ในชื่อ IEEE 1394
มาตรฐาน
FireWire รุ่นแรกเรียกว่า FireWire 400 สามารถส่งข้อมูลได้ 100, 200, 400 Mbit/s (ในความเป็นจริงจะส่งได้ 98.304, 196.608, 393.216 Mbit/s ตามลำดับ)
FireWire 800 เป็นมาตรฐานที่แอปเปิลพัฒนาเพิ่มเติมจาก IEEE1394b ในปี ค.ศ. 2003 โดยพัฒนาให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 786.432 Mbit/s โดยที่ยังเข้ากันได้กับ FireWire 400 รุ่นเก่า
การพัฒนา
หลักการของการส่งข้อมูลแบบใหม่โดยการส่งแบบคู่ขนาน 9 พิน จะช่วยในการส่งผ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยFirewire 2008 ความเร็ว 3.2Gbit/s ได้รับการรับรองแล้ว จากสมาพันธ์ IEEE โดยได้ทำการรับรองมาตรฐาน IEEE 1394 แล้ว หรือที่รู้จักกันในนาม Firewire โดยมาตรฐานนี้ได้ถูกเรียกว่า IEEE 1394-2008 โดยจะมีสเปคความเร็วอยู่ที่ 1.6 Gbit/s และ 3.2 Gbit/s โดย Firewire ใหม่นี้จะใช้เคเบิลแบบ 9 pin เหมือนกับ Firewire 800แต่กลับเป็นที่นิยมมากกว่า หากดูในกลุ่มกล้องถ่ายวิดีโอประเภท DV แต่สำหรับ Firewire 800 นั้นกลุ่มผู้ใช้มีอยู่จำกัดมากIEEE กล่าวว่ามาตรฐานใหม่นี้จะเริ่มนำออกมาใช้ภายในเดือนตุลาคมปี 2551
7.พอร์ตSerial ATA
Serial SATA ถูกสร้างเมื่อปี 2000 แทนที่ Parallel ATA (PATA)
ความเร็ว Half-duplex 1.5, 3.0 และ 6.0 Gbit/s
SATA คืออะไร
SATA ย่อมาจาก Serial Advanced Technology Attachment คือระบบการรับส่งข้อมูลแบบอนุกรม โดยจะส่งข้อมูลทีละบิต
ฮาร์ดดิสก์ SATA จะมีคุณสมบัติพิเศษอยู่ 2 อย่างนั้นคือ
-Native Command Queuing (NCQ) เป็นการเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์แบบใหม่ทั้งในการอ่านและเขียน
-Hot Plugging Hard Drives เป็นการช่วยในการเพิ่มหรือเอาออกของฮาร์ดดิสก์โดยที่ไม่ต้องรี Windows
ฮาร์ดดิสค์แบบ SATA นั้นจะเป็นสายเส้นเดียวที่ด้านหนึ่งจะเชื่อมต่อเข้ากับตัวเมนบอร์ดและปลายอีกด้านหนึ่งจะเชื่อมต่อเข้าที่ตัวฮาร์ดดิสค์แบบ SATA
| ภาพที่ 7 พอร์ตSerial ATA |
.
8.Microphone
Input สำหรับเสียบไมโครโฟนMicrophone Pre-Amp จะมีกำลังขยายพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10dB ~ 20dB เป็นอัตราขยายเบื้องต้น อัตราขยายเต็มกำลังแบบบิดสุด ก็อาจจะได้มากถึง 90dB
9.Line in
เป็นช่อง Input สำหรับต่อสัญญาณระดับ Line level แบบอนาล็อกเข้ามาเช่น สัญญาณเครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่น mp3 หรือต่อจากมัลติเอฟเฟ็คสำหรับกีต้าร์เพื่อใช้ในการบันทึกเสียงเข้าไปยังโปรแกรมบันทึกเสียง
ค่า Voltage ของ Line Level จะอยู่สูงกว่า Mic Level อยู่เยอะพอควร เลยทำให้ Line Input ไม่จำเป็นที่จะต้องมี Pre-Amp แต่อุปกรณ์ประเภทต่างๆ (ยกเว้น audio interface) ก็มักจะแถมอย่างอื่นมาให้ปรับระดับความดังของสัญญาณ Line Level แทนคือ Trim โดยที่ Trim ส่วนใหญ่จะสามารถทำได้ทั้ง cut และ boost มักจะอยู่ใน range ช่วง 10dB
10.Lind out
บนการ์ดเสียงคอมพิวเตอร์จะส่งสัญญาณให้ลำโพง,หูฟัง หรือ อุปกรณ์ส่งออกอื่นๆที่จะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ถ่ายโอนเสียงสร้างจากคอมพิวเตอร์ไปยังอุปกรณ์เพื่อที่จะสามารถได้ยินเสียง
11.Rear Speakers
เป็นช่อง Output แบบอนาล็อก สำหรับต่อไปยังเครื่องขยายเสียงของลำโพง Surround คู่หลัง ของชุดโฮมเธียเตอร์
12.Side Speakers
เป็นช่อง Output แบบอนาล็อก สำหรับต่อไปยังเครื่องขยายเสียงของลำโพง Surround ของชุดโฮม
เธียเตอร์
13.Center / Subwoofer สีส้ม เป็นช่อง Output แบบอนาล็อก สำหรับต่อไปยังเครื่องขยายเสียงของลำโพงเซ็นเตอร์ และลำโพงซับวูเฟอร์ ของชุดโฮมเธียเตอร์
ภาพที่ 8-9-10-11-12-13 |




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น